ธนาคารไหนบ้างใช้ระบบ “สแกนใบหน้า” ทำธุรกรรมการเงิน เริ่มใช้ พ.ค. นี้

ธนาคารไหนบ้างใช้ระบบ “สแกนใบหน้า” ทำธุรกรรมการเงิน เริ่มใช้ พ.ค. นี้

รายชื่อธนาคารประกาศใช้ระบบ “ยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า” ในการทำธุรกรรมทางการเงิน เริ่มใช้เดือน พ.ค. นี้

ธนาคารแห่งประเทศไทย ประกาศมาตรการจัดการภัยทุจริตทางการเงินที่ดูแลตลอดเส้นทางการทำธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งหนึ่งในมาตรการป้องกันที่สถาบันการเงินทุกแห่งจะต้องปฏิบัติตามคือ การยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า (Biometrics) เมื่อทำ 3 ธุรกรรมดังนี้

1.กรณีโอนวงเงินเกิน 50,000 บาทต่อรายการ
2.โอนวงเงินเกิน 200,000 บาทต่อวัน
3.การปรับเพิ่มวงเงินเกิน 50,000 บาทต่อวัน

โดยทุกสถาบันการเงินต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จทุกแห่งในเดือน มิ.ย. 66 ซึ่งขณะนี้มีธนาคารหลายแห่งทยอยแจ้งผู้ใช้บริการกันอย่างต่อเนื่อง มีธนาคารไหนบ้างไปดูกัน

ธนาคารออมสิน

แจ้งผู้ใช้บริการธุรกรรมทางการเงิน ตั้งแต่เดือน พ.ค. 66 เป็นต้นไป หากผู้ใช้บริการต้องการโอนเงินมากกว่า 50,000 บาท หรือเปลี่ยนแปลงวงเงิน จะต้องยืนยันตัวตนพร้อมเปรียบเทียบใบหน้าก่อน เพื่อให้เกิดธุรกรรมอย่างสมบูรณ์ โดยขอให้เตรียมความพร้อมดังนี้

ให้นำบัตรประจำตัวประชาชนไปยืนยันตัวตนที่สาขา และอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน
ถ่ายภาพสแกนใบหน้า

โดยสามารถติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาทั่วประเทศ พร้อมกับย้ำเตือนให้ผู้ใช้บริการอัปเดตแอปฯ MyMo ให้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด

ธนาคารกรุงเทพ

แจ้งผู้ใช้บริการให้เตรียมพร้อมสำหรับการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า ที่จะเริ่มในเดือน พ.ค. 66 นี้เป็นต้นไป เพื่อให้เป็นการเพิ่มความปลอดภัย โดยการเพิ่มระบบการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า (ไบโอแมตทริกซ์) เมื่อทำธุรกรรมผ่านโมบายแบงกิ้ง

รายการโอนเงินไปยังบุคคลอื่น หรือเติมเงินพร้อมเพย์ / G-Wallet ดังต่อไปนี้

1.โอนตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปต่อรายการ
2.ยอดสะสมต่อวันครบทุก 200,000 บาท
3.ปรับเพิ่มวงเงินโอนเงิน จ่ายเงินผ่านแอปฯ

โดยผู้ใช้บริการจะต้องนำบัตรประชาชนไปอัปเดตข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน และถ่ายรูปใบหน้าได้ที่ธนาคารกรุงเทพ ทุกสาขาทั่วประเทศ

ธนาคารไทยพาณิชย์

แจ้งผู้ใช้บริการเตรียมความพร้อมสำหรับการยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า เมื่อทำธุรกรรมดังต่อไปนี้ผ่านแอปฯ SCB EASY

1.โอนเงินไปยังบุคคลอื่นตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปต่อครั้ง
2.มูลค่ารวมของธุรกรรมโอนเงินทุกๆ 200,000 บาท ภายใน 1 วัน
3.ปรับเพิ่มวงเงินให้โอนได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป

โดยนำบัตรประชาชนไปอัปเดตข้อมูลของท่านให้เป็นปัจจุบันและถ่ายรูปใบหน้าได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ทุกสาขาทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ธนาคารกรุงไทย

เพิ่มมาตรการความปลอดภัย การใช้งานในแอปฯ NEXT และแอปฯ เป๋าตัง ด้วยการสแกนใบหน้าที่ปลอมแปลงได้ยากกว่า OTP เพื่อยืนยันตัวตนก่อนโอนเติมจ่าย โดยสามารถนำบัตรประจำตัวประชาชนบันทึกข้อมูลยืนยันตัวตนและถ่ายภาพใบหน้า ได้ที่ ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา หรือตู้ ATM กรุงไทย สีเทา เริ่มเเดือน มิ.ย. 66 เป็นต้นไป

โดยการอัปเดตข้อมูลบัตรประชาชน-ใบหน้าจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยเมื่อทำธุรกรรมโอนเงิน หรือปรับเพิ่มวงเงินผ่านแอปฯ ตามเงื่อนไขดังนี้

1.โอนเงินไปยังบุคคลอื่นตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไปต่อครั้ง
2.มูลค่ารวมของการโอนเงินทุกๆ 200,000 บาทต่อวัน
3.ปรับเพิ่มวงเงินให้โอนได้ตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป

นาคารกรุงศรีอยุธยา

แจ้งลูกค้าที่ใช้แอปพลิเคชั่น KMA และ Krungsri Biz Online ที่ยังไม่เคยมีรูปถ่ายกับทางธนาคาร สามารถนำบัตรประชาชนมาติดต่อที่ธนาคารกรุงศรีทุกสาขา เพื่อเพิ่มใบหน้าได้ทันที

เพื่อเป็นการเพิ่มความปลอดภัยในการทำรายการต่างๆ กับธนาคาร ป้องกันการสวมรอย และใช้ยืนยันการทำรายการที่มียอดเงินสูงรวมถึงการปรับเพิ่มวงเงินผ่านแอปฯ เร็วๆ นี้

อีกทั้งเพิ่มความสะดวกในกรณีลูกค้าเปลี่ยนอุปกรณ์ลงแอปใหม่ ลืมรหัส เปลี่ยนเบอร์มือถือ หรือใช้สำหรับยืนยันตัวตนเมื่อเปิดบัญชีใหม่ (เฉพาะบน KMA) สมัครสินเชื่อ ลูกค้าจะสามารถใช้งานแอปได้ ไม่สะดุด

แหล่งที่มา sanook